0

/upload-img/gargoyle-and-panorama-of-paris-city-152-small.jpg
/upload-img/department-stores-in-nantes-france-293-small.jpg

COURSES

LANGUAGE
BACHELOR DEGREE
HIGH SCHOOL
MASTER DEGREE
CERTIFICATE/DIPLOMA
DOCTORATE DEGREE

ข้อมูลทั่วไปประเทศฝรั่งเศส 


ประเทศฝรั่งเศส หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐฝรั่งเศส เป็นประเทศที่มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก ทั้งยังประกอบไปด้วยเกาะและดินแดนอื่น ๆ ในต่างทวีป ประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งใหญ่กว่าประเทศสเปนเพียงนิดเดียว ประเทศฝรั่งเศสมีพื้นที่ครอบคลุมลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลายมาก ตั้งแต่ที่ราบชายฝั่งในภาคเหนือและตะวันตก ซึ่งติดกับทะเลเหนือและมหาสมุทรแอตแลนติก ไปจนถึงเทือกเขาแอลป์ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ราบสูงมาซิฟซ็องทราลทางภาคใต้ตอนกลางและเทือกเขาพิเรนีสทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ประเทศฝรั่งเศสยังมีจุดที่สูงที่สุดในทวีปยุโรปตะวันตกคือ ยอดเขามงบล็อง (Mont Blanc) ซึ่งสูง 4,807 เมตร (15,770 ฟุต) ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ บริเวณชายแดนประเทศฝรั่งเศสและอิตาลี ชาวฝรั่งเศสมักเรียกแผ่นดินใหญ่ว่า หกเหลี่ยม (L'Hexagone) เนื่องจากรูปทรงทางกายภาพของประเทศ ประเทศฝรั่งเศสปกครองด้วยระบอบกึ่งประธานาธิบดี โดยยึดอุดมการณ์จากปฏิญญาว่าด้วยสิทธิของมนุษย์และของพลเมือง 


การแบ่งเขตการปกครอง

ประเทศฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่ แบ่งการปกครองออกเป็น 13 แคว้น (regions - régions) โดยในแต่ละแคว้นแบ่งออกเป็น จังหวัด (départements) รวมทั้งหมด 96 จังหวัด 

นอกจากในทวีปยุโรปแล้ว ประเทศฝรั่งเศสยังมีเขตการปกครองโพ้นทะเล (Overseas) อยู่ในทวีปต่าง ๆ ทั้งอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ แอฟริกา แอนตาร์กติกา และภูมิภาคโอเชียเนียอีก



ภูมิอากาศ

ประเทศฝรั่งเศสภาคพื้นทวีปยุโรปตั้งอยู่ระหว่าง 41° and 50° เหนือ บนขอบทวีปยุโรปตะวันตกและตั้งอยู่ในภูมิอากาศเขตอบอุ่นเหนือ ทางภาคเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือมีสภาพภูมิอากาศเขตอบอุ่น แต่กระนั้นภูมิประเทศและทะเลก็มีอิทธิพลต่อภูมิอากาศเหมือนกัน ละติจูด ลองจิจูดและความสูงเหนือระดับน้ำทะเลทำให้ประเทศฝรั่งเศสมีภูมิอากาศแบบคละอีกด้วย ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้มีสภาพภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ภาคตะวันตกส่วนมากจะมีปริมาณน้ำฝนสูง ฤดูหนาวไม่มากและฤดูร้อนเย็นสบาย ภายในประเทศภูมิอากาศจะเปลี่ยนไปทางภาคพื้นทวีปยุโรป อากาศร้อน มีมรสุมในฤดูร้อน ฤดูหนาวหนาวกว่าเดิมและมีฝนตกน้อย ส่วนภูมิอากาศเทือกเขาแอลป์และแถบบริเวณเทือกเขาอื่น ๆ ส่วนมากมักจะมีภูมิอากาศแถบเทือกเขา ด้วยอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งกว่า 150 วันต่อปีและปกคลุมด้วยหิมะกว่า 6 เดือน


ฤดูกาล

  • ฤดูใบไม้ผลิ (ปลายเดือนมีนาคม-เดือนมิถุนายน) สำหรับผู้ชื่นชอบดอกไม้ใบไม้ที่กำลังผลิดอกออกบาน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ประมาณ 10 -18 องศาเซลเซียส อากาศกำลังเย็นสบาย หรืออาจจะเย็นจัดซักหน่อย สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยควรเตรียมเสื้อผ้าที่ไม่หนามาก อย่างเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวและเสื้อแจ็คเก็ตหรืออาจจะเตรียมผ้าพันคอ และถุงมือเผื่อไปด้วย


  • ฤดูร้อน (เดือนกรกฎาคม – กันยายน ) ระยะเวลากลางวันจะยาวนาน ทำให้สามารถเที่ยวได้อย่างสนุกสนาน และเที่ยวสถานที่ต่างๆได้หลากหลายในแต่ละวัน อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 20 – 30 องศาเซลเซียส ควรเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย อาจนำผ้าคลุมไหล่หรือแจ็คเก็ตเนื้อเบาบางติดไปด้วย


  • ฤดูใบไม้ร่วง (ปลายเดือนกันยายน – ธันวาคม) เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่น่าสนใจเนื่องจากเมืองทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี อากาศดี แต่อาจมีฝนตกเล็กน้อย อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10 – 18 องศาเซลเซลเซียส จึงควรพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไปด้วย


  • ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม – มีนาคม) หากชื่นชอบความหนาวเย็นแบบสุดๆ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ประมาณ -1 – 5 องศาเซลเซียส ควรเตรียมเสื้อผ้าที่หนาสามารถต้านทานอากาศหนาวเย็นได้ และอาจเตรียมเสื้อแจ็คเก็ตหรือลองจอห์นที่ให้ความอบอุ่นดี


ระบบการศึกษา

ระบบการศึกษาของประเทศฝรั่งเศส เป็นระบบที่แตกต่างจากระบบการศึกษาของไทย และประเทศตะวันตกอื่น ๆ เนื่องจากชาวฝรั่งเศส ให้ความสำคัญต่อ คติประจำชาติที่ว่า "เสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ ดังนั้น ชาวฝรั่งเศสจึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ กับโรงเรียนมาโดยตลอด และมอบหมายให้โรงเรียน เป็นสถานที่ที่จะสร้างและรักษาไว้ ซึ่งความเป็น อันหนึ่งอันเดียวกันของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการให้เด็กที่บิดามารดา เป็นชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในฝรั่งเศส ได้รับการผสมผสานความเป็น ฝรั่งเศสไว้ในตัว


หลักเกณฑ์ของระบบการศึกษาฝรั่งเศส ประกอบด้วยหลัก 4 ประการ คือ 
1. ความเท่าเทียมกันทางโอกาสในการเข้ารับการศึกษา 
2. การไม่แบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ผิวพรรณ และฐานะทางสังคม
3. ความมีสถานะเป็นกลาง
 4. ความไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาใด ๆ


  • การศึกษาก่อนวัยเรียน 2-5 ขวบ
     
    ไม่เป็นการศึกษาภาคบังคับ แต่ถือเป็นประเพณีปฏิบัติอัน ยาวนานของฝรั่งเศส ซึ่งใน ปัจจุบันมีเด็กมีอายุตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป เข้ารับการศึกษา 99% ของจำนวนเด็กทั้งหมดโรงเรียนอนุบาลของรัฐเป็นบริการฟรี แต่ในโรงเรียนเอกชนผู้ปกครองต้องเสียค่าเล่าเรียนเองโดยทั่วไปโรงเรียนอนุบาลแยกออกเป็น 3 ชั้นเรียนคือ ชั้นเล็ก (Pettite Section) ชั้นกลาง (Moyenne Section) และชั้นสูง (Grande Section)


  • การศึกษาระดับประถมศึกษา 6-10 ขวบ (Primary School)
    เป็นการบริการฟรีและเป็นการศึกษาภาคบังคับ สำหรับเด็กฝรั่งเศส และเด็กต่างชาติในฝรั่งเศส โรงเรียนระดับประถม ประกอบด้วย 5 ชั้น คือ ชั้นเตรียมประถมศึกษา (Classe Preparatoire (CP) ชั้นประถมศึกษาตอนต้นปีที่ 1 Classe Elementaire 1 (CE1) ชั้นประถมศึกษาตอนต้นปีที่ 2 Classe Elementaire 2 (CE2) ชั้นประถมศึกษาตอนปลายปีที่ 1 Classe Moyenne 1 (CM1) และชั้นประถมศึกษาตอนปลายปีที่ 2 Classe Moyenne 2 (CM2)


  • การศึกษาระดับมัธยมศึกษา 11-18 ปี (Secondary School)
    ยังคงเป็นการบริการฟรี และส่วนหนึ่งยังคงเป็นการศึกษาภาคบังคับ สำหรับเด็กฝรั่งเศส และเด็กต่างชาติในฝรั่งเศส แยกออกเป็น 2 ระดับ คือ 
      - มัธยมศึกษา (11-14 ปี) เป็นการศึกษาระบบเดียวกันทั้งหมด สถานศึกษาเรียกว่า "College" รับเด็กทุกคนที่สำเร็จจาก ชั้นประถมศึกษา ประกอบด้วย 4 ชั้น ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (Sixieme) เรียงลงมาตามลำดับจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (Troisieme) เป็นการเรียนการสอนทั่วไปในวิชาการสายสามัญ โดยยังไม่แยกออกเป็นวิชาเฉพาะด้าน

    - มัธยมปลาย (15-17ปี) สถานศึกษาเรียกว่า "Lycee" ภายหลังสำเร็จการศึกษา จะได้รับประกาศนียบัตรตามสาขาวิชา ที่เลือกศึกษา ซึ่งเริ่มแยกการศึกษาออกเป็น 2 ระบบ คือ 
     1. โรงเรียนมัธยมศึกษาสายสามัญและทางเทคโนโลยี (Lycee d'enseignement geneal et technologique) ใช้ระยะเวลาศึกษา 3 ปี เพื่อเตรียมสอบรับประกาศนียบัตรสายสามัญ (Baccalaureat general) หรือ ประกาศนียบัตรสายเทคโนโลยี (Baccalaureat technologique) หรือประกาศนียบัตรสายช่างเทคนิค (Brevet de technicien)
     2. โรงเรียนมัธยมศึกษาสายวิชาชีพ (Lycee Professionnel) เพื่อเตรียมสอบรับประกาศนียบัตรวิชาชีพ Certificat d'Aptitude Professionnelle (CAP) หรือประกาศนียบัตรอาชีวศึกษา Brevet d'Etudes Professionnelles (BEP) และประกาศนียบัตรมัธยมปลายสายอาชีพ (Baccalaureat professionnel) ประกาศนียบัตร Baccalaureat เป็นกุญแจสำคัญสู่การศึกษา ต่อในระดับอุดมศึกษา ซึ่งประกาศนียบัตรดังกล่าวนี้จะต้อง เป็นประกาศนียบัตรแห่งชาติ ที่ได้มาจากผลการสอบทั่วไป โดยข้อสอบกลางของรัฐ ไม่ใช่ประกาศนียบัตรของสถานศึกษา ซึ่งเป็นปัญหากับนักศึกษาไทย เพราะระบบการมอบ ประกาศนียบัตรแตกต่างกัน จึงทำให้ไม่สามารถนำประกาศนียบัตร มัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ออกให้โดยสถานศึกษาในประเทศไทย ไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการเข้ารับการศึกษา ในระดับ อุดมศึกษาของฝรั่งเศสได้ จึงต้องไปเรียนใหม่ในฝรั่งเศส และสอบ ให้ได้ Baccalaureatf สาขาใดสาขาหนึ่งก่อน หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือ ต้องลงทะเบียน เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยในประเทศไทยก่อน เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่า สามารถเข้ารับการศึกษาในระดับ อุดมศึกษาได้แล้ว จึงย้ายสถานศึกษาเข้าไปเรียนต่อใน มหาวิทยาลัยฝรั่งเศส 

  • การศึกษาระดับอุดมศึกษา (Higher Education System)
    สาธารณรัฐฝรั่งเศสมีประวัติทางการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่ยาวนาน มหาวิทยาลัยแห่งแรกก่อตั้งขึ้นเมื่อศตวรรษที่12-13 เช่น มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง "ลา ซอร์บอนน์ (La Sorbonne)" ก่อตั้งขึ้น เมื่อปี ค.ศ. 1257 หรือ พ.ศ. 1800 สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาของฝรั่งเศสส่วนมากเป็นของรัฐ มีมหาวิทยาลัยของรัฐ 89 แห่ง มหาวิทยาลัยคาทอลิก 5 แห่ง สถาบันโปรเตสแตนต์ 3 แห่ง และอื่น ๆ อีก 4 แห่ง


สถาบันการศึกษา   แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ ประเภทดังนี้

  1.  มหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งเปิดรับผู้ได้รับประกาศนียบัตร Baccalaureat (หรือเทียบเท่า) ทุกคนโดยไม่มีการสอบคัดเลือก เว้นแต่ในด้านการศึกษาสายแพทย์ และเภสัชกร และ สถาบัน IUT หรือ IUP มหาวิทยาลัยของรัฐเหล่านี้ให้การศึกษาอย่างกว้างขวาง หลากหลายสาขาวิชา ซึ่งแบ่งออกเป็นการให้ความรู้ทั้งด้านที่เป็นหลักการทางทฤษฎี และการฝึกปฏิบัติ 
  2. สถาบันที่เรียกว่า โรงเรียน (Ecole) ซึ่งมีทั้งที่เป็นของรัฐและของเอกชน ส่วนใหญ่เป็น หน่วยงานของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ให้การศึกษาเพื่อความมุ่งหมายด้านวิชาชีพ 

  •  หลักสูตรโรงเรียนชั้นสูง ("Grandes Ecoles" Curriculum)
    โรงเรียนชั้นสูง Grandes Ecoles เป็นระบบการศึกษาเฉพาะ ของฝรั่งเศส ซึ่งประเทศอื่น ๆ ไม่มีระบบการศึกษานี้ ถือว่าเป็นระบบการ ศึกษาที่จัดขึ้นมาสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติพิเศษโดยเฉพาะ (ผู้มีปัญญาเลิศ) Grandes ecoles มีหลักสูตรที่เปิดทำการสอน 3 ด้าน คือ
    1. Business and management
    2. Engineering
     3. Political science


ขอบคุณข้อมูลจาก: wikipedia , wonderfulpackage, สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.